รักษ์สุขภาพ - ตอนที่ 86 การจัดการความเครียดในชีวิต (11)
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 16 กันยายน 2569
- Tweet

ความเครียดจากการทำงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับพนักงานออฟฟิศเท่านั้น บุคลากรทางการแพทย์ต้องดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา ครูต้องสอนหนังสือและดูแลนักเรียน เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทางการเงิน เกษตรกรต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ขณะที่ผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ทำงานบ้านก็ทำงานหนักโดยแทบไม่มีวันหยุด ทุกอาชีพล้วนมีความกดดันในรูปแบบของตนเอง และทุกคนควรรู้จักสังเกตว่า เมื่อใดความทุ่มเทในการทำงานเริ่มเปลี่ยนเป็นความเครียดที่เป็นอันตราย
ผลที่สำคัญประการหนึ่งของความเครียดจากการทำงานที่ยืดเยื้อ คือ ภาวะหมดไฟ (Burnout) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ให้นิยามภาวะหมดไฟว่า เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ลักษณะสำคัญประกอบด้วย ความเหนื่อยล้าอย่างมาก ความรู้สึกห่างเหินหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องาน และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือการขาดความรับผิดชอบ ตรงกันข้าม ผู้ที่มีภาวะนี้มักเป็นผู้ที่ตั้งใจทำงาน ทุ่มเท และรับผิดชอบสูง แต่พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน
ภาวะหมดไฟมักค่อย ๆ เกิดขึ้น ในระยะแรกอาจเพียงรู้สึกเหนื่อยเมื่อสิ้นสุดวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจตื่นนอนพร้อมกับความเหนื่อยล้า ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน รู้สึกเบื่อหน่ายหรือมองงานในแง่ลบ สมาธิลดลง ทำงานผิดพลาดมากขึ้น และรู้สึกว่าแม้งานเล็กน้อยก็ต้องใช้พลังงานอย่างมาก นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ ปัญหาระบบทางเดินอาหาร หรือเจ็บป่วยบ่อยครั้ง
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ ได้แก่ ภาระงานที่มากเกินไป ความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล การขาดอิสระในการตัดสินใจ การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ การขาดการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา ความไม่มั่นคงของอาชีพ และการขาดสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้ ผู้ที่มีความสมบูรณ์แบบนิยม หรือไม่กล้าปฏิเสธภาระงานที่เกินกำลัง ก็มีโอกาสเกิดภาวะหมดไฟได้มากขึ้น
ข่าวดีคือ ภาวะหมดไฟสามารถป้องกันได้ในหลายกรณี สิ่งสำคัญประการแรกคือ การตระหนักว่า "การพักผ่อนไม่ใช่รางวัลหลังจากทำงานเสร็จทั้งหมด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ" การพักเป็นระยะระหว่างวัน การใช้วันลาพักผ่อนเมื่อมีโอกาส และการจัดเวลาให้กับครอบครัว งานอดิเรก การออกกำลังกาย และการนอนหลับ ล้วนช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นตัว
การกำหนด ขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ก็มีความสำคัญเช่นกัน เทคโนโลยีทำให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็ทำให้หลายคนรู้สึกว่าต้องพร้อมตอบอีเมลหรือข้อความตลอดเวลา หากเป็นไปได้ ควรกำหนดช่วงเวลาที่ปิดการติดต่อเรื่องงาน เพื่อให้สมองมีโอกาสพักอย่างแท้จริง
แหล่งข้อมูล -